“เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง” วลีฮิตที่มีนัย
- KritYoga
- 25 พ.ย. 2558
- ยาว 1 นาที

ขณะที่เขียนเรื่องนี้เป็นวันที่ 18 กรกฏาคม2558 และอยู่ที่พัทยา เพื่อรอเข้าร่วมการแข่งขัน “พัทยามาราธอน 2015” ทำให้นึกขึ้นมาว่า “เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง” เพราะย้อนหลังไปเมื่อเกือบ 13 ปีที่แล้ว ได้มีโอกาสมาร่วมงานโดยเป็นตัวแทนของบริษัทผู้สนับสนุนการแข่งขันพัทยามาราธอนในสมัยนั้น ณ เวลานั้นไม่เคยมีความคิดในหัวเลยแม้แต่น้อยนิด ว่าชีวิตนี้จะลุกขึ้นมาวิ่งมาราธอน พอคิดถึงเรื่องนี้ ก็ทำให้นึกไปถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านี้ ได้คุยกับเพื่อนถึงเรื่องราวเกี่ยวกับความเจ็บไข้ได้ป่วยระยะสุดท้ายของแม่เพื่อน ในขณะที่พูดคุยกันอยู่นั้น เพื่อนก็พูดด้วยน้ำเสียงแห่งความกังวลขึ้นมาว่า “เธอ เรากลัวว่าที่เราทำทุกอย่างตอนนี้มันนยังไม่ดีที่สุดสำหรับแม่ในช่วงระยะสุดท้าย” เราก็เลยชวนตั้งคำถามว่า “แล้วอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรจะทำให้กับแม่ในเวลานี้”
คำตอบที่ได้กลับมาคือ “เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าอะไรดีที่สุด เราเพียงแค่ทำในสิ่งที่แม่อยากทำหรืออยากได้ เราก็ทำตามความต้องการของเขา แต่เราก็ยังกลัวว่ามันยังไม่ดีพอ”
ก็เลยชวนคุยต่อไปว่า “แล้วสิ่งที่ทำให้แม่ไปแล้วเรารู้สึกอย่างไร”
คำตอบมาด้วยน้ำเสียงที่แจ่มใสขึ้นว่า “เรารู้สึกมีความสุขที่ได้ทำอะไรให้แม่บ้าง แม้มันอาจจะไม่ดีที่สุด”
ก็เลยถามต่อไปว่า “แล้วในเมื่อมีความสุขที่ได้ทำแล้ว อะไรถึงทำให้คิดว่าเราทำได้ไม่ดีที่สุดละ”
“เราก็ไม่รู้เหมือนกัน มันอาจจะเป็นความกังวลใจของเรา แต่เราก็คิดว่าได้ทำก็ดีกว่าไม่ได้ทำ เพราะก็ไม่รู้ว่า ถ้าไม่ทำในวันนี้ แล้ววันหน้าจะได้ทำให้แม่ได้หรือเปล่า” น้ำเสียงที่ตอบกลับมาเริ่มมีความสบายใจขึ้น
แล้วคิดว่า “แม่มีความสุขไหม” คำตอบมาพร้อมกับน้ำเสียงแห่งความแจ่มใสว่า “แม่มีความสุขมาก”
เลยขอถามคำถามต่ออีกสักนิดว่า “แล้วถ้ามัวแต่กังวลว่าทำแล้วดีไม่พอแล้วไม่ทำ กับ ลงมือทำไปเลย แบบไหนดีกว่า”
เสียงใส ๆ ตอบกลับมาว่า “เอ้อก็จริงนะ ได้ทำก็ดีกว่า ไม่ได้ทำ”
วันนั้นเราจบบทสนทนากันเพียงเท่านั้น แต่สำหรับเธอ ๆ ได้ใช้โอกาสที่เหลือทำหลายสิ่งหลายอย่างร่วมกับแม่อีกมากมายจวบจนโอกาสสุดท้ายของเธอกับแม่
ถึงวันนี้ คุณ “ทำ” แล้วหรือยัง อย่าเพียรแต่สงสัยเลยว่า ทำแล้วดีหรือไม่ หรือทำแล้วได้อะไร แต่ถ้าทำแล้วเต็มไปด้วยความเมตตาและเกื้อกูลต่อตัวเรา “ลองทำดูสิ แล้วคุณอาจจะแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็ได้นะ”
สุดท้าย ก็เขียนเรื่องแม่ ในเดือนสิงหาคมจนได้
(ผู้เขียนเริ่มวิ่งเมื่อเดือนมกราคม 2557 จนถึงวันที่นั่งเขียนบทความนี้ รวมเป็นระยะทาง 654.2 กม. การวิ่งทำให้เกิดประสบการณ์ใหม่ ๆ มากมาย และวิวทะเลขณะเขียนบทความนี้ ทำให้ห้วนคิดถึงวันแรกที่ตัดสินใจเรียนโยคะกับสถาบันฯ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ตัดสินใจ “ทำ” เมื่อห้าปีที่แล้ว)

Comments